kuljira's profileooooo>>!! RaINshADow !! ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Windows Media Player

ooooo>>!! RaINshADow !! <<ooooo

kuljira thitlad

Occupation
Location
Interests
ทุกทีที่เหงา เศร้า ท้อ เหนื่อย....คนที่เป็นกำลังใจให้ ..อยู่เคียงข้างตลอดเวลาคือครอบครัว ทุกอย่างรับรู้ได้ด้วยใจ แค่นี้ก็มากพอแล้วสำหรับเด็กคนนี้..."รักมากมาย"
Photo 1 of 21
June 04

Examen arrive

หายจากการอัพเดทไปนาน เลยเข้ามาเชคซะหน่อยอ่ะจ้า
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วนี่นา คงจะต้องเป็นวันขึ้นเขียงรอบที่สอง
(ไม่ได้เป็นหมูน๊า)หมายถึงสอบรอบที่สองจ้า อิอิ...
คราวนี้จะพยายามให้เต็มที่เลย แต่ผลจะเป็นยังไงไม่ซีเรียสแล้ว
ไม่ได้ก็ดีอยากเรียนภาษาอีกซักปีเหมือนกัน แต่ถ้าได้ก็จะได้จบเร็วขึ้นหน่อย
แต่เดือนนี้โชคไม่เข้าข้างเลย ต้องมาเจอกะอาจารย์ที่เรารู้สึกไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่
ไม่ได้อคติน๊า แต่มันจริงนี่นา เพื่อนๆก็โอดครวญกันใหญ่เลย
 ooooo V O U S   ME   M A N Q U E Z ooooo
คงคิดถึง Mme.BEST กะ Marcel น่าดูเลย ตั้งแต่เรียนที่ C.L.A.
มาเกือบปีฝนชอบอาจารย์สองคนนี้มากมายเลย
ทั้งใจดี ทั้งเป็นห่วง ช่วยเหลือสารพัด เป็นครูที่ให้มากกว่าคำว่าครู
เพราะไม่เคยคิดว่าฝรั่งเค้าจะมาใส่ใจเรามากมายได้เท่าอาจารย์คนไทยหรอก
แต่สองท่านนี้ใช่เลย...อันที่จริงก็ยังมีอาจารย์อีกเยอะที่ชื่นชอบ
แต่คงเพราะอยู่กะสองท่านนี้นานไปหน่อยเลยปลื้มมากกว่า
แต่บางทีก็งอนเหมือนกันแหละ ( เจริญน๊อ งอนอาจารย์อีก) อิอิ
เรืองนั้นขอไม่พูดถึงดีกว่า แล้วๆก็แล้วไป เหอๆ
แต่ช่วงนี้คงต้องเต็มที่กะการเตรียมตัวสอบให้มากกว่าคราวที่แล้ว
อยากทำให้ดีที่สุด เท่าที่เราทำได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่เสียใจกะผลที่ออกมา
@@@@@@@@@>>>>  กำลังใจที่แสนหรู <<<<@@@@@@@@@
May 05

ก้าวหลังการเดินทาง

 
  .............. ทริปนี้ที่ Lausanne จ้า ..............
 
 นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้วจ้า แต่ก่อนอื่นขออัพบลอกซะหน่อยน๊า....
หลังจากที่กลับจากทริปทรหดเราแล้ว ก็ถึงคราวพักผ่อนกันมั่ง
เพื่อออมแรงใว้เที่ยวที่ Lausanne ครั้งนี้นี่เองจ้า
เริ่มจากการเดินทางจาก Besancon ถึง Lausanne
 ก็ประมาณ 09.30 น. เราเริ่มต้นทริปนี้ด้วยการเข้าชม Musée Olimpique กัน
เป็นพิพิธภัณฑ์ เก็บรวมรวมข้อมูลทุกอย่างเกียวกับโอลิมปิก
ทั้งคบเพลิง เหรียญ ชุดนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันทุกประเภท
แล้วเราก็ต้องตื่นเต้นอย่างมากเมื่อเราเดินไปเจอ ชุดยกนําหนักของ
ปวีณา ทองสุข นักกีฬาคนไทยคนเก่งของเรา เย้ๆๆๆๆๆ
อย่างน้อยหนึ่งในนั้นก็มีของคนไทยอยู่ด้วยแหละน่า..
.แต่หน้าเสียดายที่ภายใน เค้าไม่ให้ถ่ายรูป เราเลยอดดูภาพสวยๆเลย. 
 เดินชมกะความสวยงามของเหรียญรางวัลในแต่ล่ะรางวัล
แต่ล่ะครั้งของการแข่งขัน ชีวประวัติของบุคคลสำคัญ
เยอะแยะมากมาย เดินอยู่ซักพัก ก็เริ่มหิวกันซะงั้น
เราก็เลยต้องออกมาเดินๆๆๆ เดินอีกแล้ว....เฮ้อ 
 ค่าครองชีพที่ Lausanne ถือว่าสูงกว่า Besancon มากมาย
ของเหมือนกันแต่ราคาต่างกันลิบ ไม่กินก็ได้ว่ะ อิอิ....
กินเบอร์เกอร์ซักอันก็ได้ ใว้เก็บท้องมากินให้อิ่มหนำสำราญ
กันที่บ้านดีกว่า วันที่เราไปเที่ยว พอดีที่นั่น
มีการวิ่งมาราธอน คนเป็นหมื่น อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้เว่อร์ เยอะม๊ากกก
ข้ามถนนก็ไม่ได้ อิอิ แต่ก็ดีเหมือนกันอยากรู้ว่า.....
จะเหมือนเมืองไทยมั้ย ยืนชมกันซักพัก เราก็เหมือนเคย
ออกตระเวรซื้อของที่ระลึกกัน เก็บภาพความสวยงาม
ความประทับใจ ในทริปนี้กันให้ฉำปอด อิอิ
แล้วก็กลับบ้านเรา Besancon ที่รัก รอวันเปิดเรียน
แล้วก็คงจะอีกครั้งที่ Paris ก่อนกลับเมืองไทย
บ้านที่แสนอบอุ่นของเรา yeh!!! THAILAND
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 %%%%%   L    A     U    S     A    N    N     E   %%%%%
 .

หลังการเดินทาง

 
   &&&&& ก้าวหลังการเดินทาง &&&&&  
 
ต่อจากคราวที่แล้วที่เดินจาก milan คราวนี้เราเข้าสู่ Nice
 กลับเข้ามาถึงฝรั่งเศสแล้ววว  เราถึง Nice ประมาณสี่ทุ่ม
จากนั้นก็เดินหาโรงแรมกันอีก เป็นเรื่องธรรมดาซะแล้ว
ที่เราต้องเดินกันตลอด จนเกือบเที่ยงคืนถึงได้เข้าพักกัน
เพื่อเก็บแรงใว้เที่ยวต่อ อิอิ...คราวนี้เราออกเดินทางไป Monaco
ในตอนเช้า กะค่ารถไฟที่เเสนถูกมากมาย  แต่เมื่อถึง Monaco
มันต่างกันมากเลยกะเงินที่เสียไป ไม่เสียดายเลย สวยมากกกกก
ตั้งแต่ la gare ก็ไฮโซมากมายแล้ว เรารีบเดินกันจนถึง
 ริมทะเลแล้วก็ต้องตื่นตาตื่นใจ กะเรือยอร์ชมากมาย สวยๆท้างน้านนนน 
คงไม่มีวาสนาได้ขึ้นไปบนนั้นแน่เลย ฮือๆๆๆๆ
โรงแรมที่ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไป อิอิ...ตอนแรกก็ว่าจะพักกันที่นั่น
แต่คิดๆไปคิดมา มันต้องคันแน่เลย 5555+ กลับที่เดิมดีกว่า
เดินเล่นกันซักพัก ตื่นเต้นกะการถ่ายรุปมากมาย
โดยช่างภาพมือดีของเรา....อิอิ แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ลงเล่นนํา
 เพราะอากาศวันนั้นหนาวไปหน่อย แต่ได้เเค่เดินเล่นก็มีความสุขแล้ว
 ซื้อของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆก็พอแล้ว
 แล้วเราก็กลับเข้ามาที่ Nice ในตอนเย็น
 
 %%%%%   M  O   N   A   C   O   % %%%%
oooooo==> ไปต่อกันเลยค๊า  <==oooooo
 
ถึง Nice เราก็เดินเล่นกันอีกตามเคย ริมทะเล
ถ่ายรุปตอนเย็น บรรยากาศ ที่สวยๆ ผู้คนเดินไปมาเต็มไปหมด
แต่เรายังไม่เล่นน้ากัน ไว้รออีกวันท่าจะดีกว่ามาก
เฮ้ออ....เหนื่อยแต่คุ้มมากกะวันนั้น แต่ไม่พลาดหรอก
มาถึงทะเลทั้งทีไม่ได้เล่นนํา พอบ่ายของอีกวัน วันที่ 4 ของทริป
เราก็ออกไปเดินเล่นริมทะเลกันอีก วันนี้กร่อยๆ เพราะอะไรไม่รู้
แต่มีหรอที่เราจะอยู่เฉย ต้องลงนําให้ชื่นใจซักหน่อย กับนําเย็นๆท่าจะดี
ได้ผล... ไปทั้งตัวเลย เหมือนเล่นนําแข็งซะงั้น เฮอๆๆ 
ฝรั่งเค้าก็มองกันใหญ่ ว่าเด็กพวกนี้ทำอะไรกัน เค้านอนอาบแดด
พวกนี้ลงนํา เฮอๆๆ ก็ช่าง... ได้ซักพักก็ต้องเตรียมตัวกลับ
เต็มที่กะทริปนี้แล้วเรา ทั้งเหนื่อย มันส์ ฮา 
เป็นทริปที่มันสืมากก็คราวนี้แหละ อิอิ.... เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ 
จบแล้วค๊า... รอคราวต่อไปที่ Lausanne  จ้า   
                                      
%%%%%     N   I   C   E    %%%%% 
April 30

หลังการเดินทาง

 
+++oo+++ ก้าวของการเดินทาง +++oo+++
 
ไม่ได้อัพบลอกซะนานเลย วันนี้นอนไม่หลับ
ขอเข้ามาอัพข้อมูลซะหน่อยล่ะกัน
หลังจากหยุด vacances กันซะนาน ชั้นก็ใช้ช่วงเวลา
ไปกะการท่องเที่ยวซะส่วนใหญ๋ อิอิ ก็มันไม่มีเวลาเลยนี่นา ไ
ด้โอกาสก็เลยตระเวรกันซะหน่อยกะผองเพื่อน มด...ทั้งหลาย
รวมทั้งหมดก็แปดคน เริ่มจาก วันที่ 17 เม.ย ทุกคนตื่นแต่เช้า
ออกเดินทางด้วยใจกระปรี้กระเปร่าเพราะอยากไปถึง
Geneva กันให้เร็วที่สุด  พอถึงปุ๊บก็ต้องพบกับความประทับใจ
อย่างมากกะทะเลสาบLe lac léman  สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด 
เราเก็บเอาภาพถ่ายความประทับใจกันซักพัก
ก็ออกเดิน...(ขอบอกว่าทุกทริปเราไม่เคยได้นั่งรถเมลล์เลย
เพราะเราทำสัญญากะ Kinko เอาใว้ที่ Besançon แล้ว) อิอิ...
ชมความสวยงามของเมือง แล้วก็หาข้อมูลสถานทีท่องเที่ยว
เมืองนี้อีพี่เต้จัดการไปซะเยอะ เดินไปจนถึง Unicef, EU,WTO etc...
 เหนื่อยเเทบตาย จากนั้นก็เดินทำเวลาอีกรอบ
เพื่อเข้าไปชม cathédrale และเก็บเอาภาพมุมสูงของเมือง
เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางในหนึ่งวันที่ Geneva
แต่ก็สามารเก็บเอาความประทับใจได้มากมายทีเดียว
 
 
%%%%%    G   E   N   E   V   A     %%%%%% 
<<<<<fon >>>>>      <<<<<fon >>>>>
 
จากนั้นก็เป็นการเดินทางสู่ Milan Italy ถึงประมาณ ห้าทุ่ม
เราก็ออกเดินหาโรงเเรมเพื่อพักผ่อนเก็บแรงใว้เที่ยวในวันรุ่งขึ้น
แต่ผิดคลาด หากันทั้งคืน แต่ไม่มีที่ๆเราพอจะพักได้เลย
ราคาแพงลิบ ไอ้ที่กะจะเอาซักหน่อยก็จะมาจับแยกกันซะนี่
สุดท้ายโรงแรมที่คอยรองรับเรา ก็คือ La gare อิอิ...อยู่กันจนถึงเช้า
แต่ไม่ค่อยได้หลับเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่ที่นอนแสนสบาย
เหมือนบ้านเรานี่นา เลยทำให้วันนั้น เป็นวันที่เที่ยวกันแบบไร้อารมณ์ไปหน่อย
เพราะต่างคนต่างเหนื่อยแต่ก็ไม่ละความพยายาม ออกตามหา
สถานที่เที่ยวจนได้ ทั้ง พิพิธภัณฑ์ ทั้งโบส์ ที่ชอปอีกมากมาย
แต่ขาดงบ เหอๆ เลยได้แต่เดินดู ก็ทำให้เราหายเหนื่อยกันได้บ้าง 
 จากนั้นก็เลือกซื้อของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆกันมามั่ง
เป็นทริปที่เหนื่อยมากมายในวันนั้น ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ Nice.
 
%%%%%      M    I     L     A     N      %%%%%
 
   ooooooooooo ooooooooooooo  
April 25

ก้าวข้ามผืนดิน

 
๐๐๐๐>> ก้าวสำคัญ <<๐๐๐๐๐
 
19/09/2549 เวลา 25.05 น. เป็นเวลาที่ฉันต้องก้าวข้ามจาก     
 อีกที่แห่งนึงเข้าสู่ที่ๆฉันไม่เคยรู้จักมันมาก่อนเลย
จาก THAILAND มุ่งหน้าสู่ FRANCE
ที่ๆฉันเคยได้ยินแค่ชื่อเคยดูก็แค่ในทีวี
 แต่ตอนนี้ฉันจะต้องเข้ามาใช้ชิวิตอยู่ในที่แห่งนี้
ฉันต้องจากบ้าน จากแม่ พี่ น้อง จากครอบครัวที่ฉันรัก
แล้วเมื่อไหร่ที่คิดถึงบ้าน ก็ต้องรอ...รอเวลา
ที่เค้าอนุญาติให้กลับได้ทุกอย่างมีคนดูแล
ทั้งเรื่องเรียน เรื่องความประพฤติ ต้องอยู่ในกฎระเบียบ
ตัดสินใจลำพังคนเดียวไม่ได้ เพราะถ้าพลาดนั่นคือ
ฉันต้องร่วงลงมาแน่โอกาสที่จะกลับขึ้นไปใหม่ไม่มีอีกแล้ว
ฉันก็เป็นแค่หนึ่งในนักเรียนคนนึง ที่ไม่ได้เก่งกาจ
ความสามรถมากมายเหมือนอย่างคนอื่นเค้าหรอก
แต่ฉันก็ภูมิใจที่อย่างน้อยฉันก็ได้ใช้ชื่อ
นักเรียนทุนรัฐบาล ODOS
เช่นเดียวกับพี่ๆร่น 1 และเพื่อนๆรุ่น2 ซึ่งก็คือรุ่นของฉันเอง
ฉันจากมาโดยที่ไม่ให้ใครเห็นนําตาแม้แต่หยดเดียว ทั้งๆที่
ฉันอยากจะร้องไห้โฮออกมาเลยตอนนั้นด้วยซํา
แต่เพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงฉันต้องทำให้ได้
ไม่มีใครบังคับให้เลือกทางนี้ทุกอย่างฉันเลือกเอง
เพราะฉะนั้น ฉันก็ต้องทนได้เอง
ถึงแม้จะจากครอบครัวมา แต่ที่นี่ก็ให้อะไรฉันมากมาย
ให้เพื่อนให้ประสบการณ์ เพื่อนทั้งหมด 15 คน
เราเรียนภาษากันที่สถาบันสอนภาษา C.L.A
ที่เมือง Besançonเรามีรุ่นพี่ มีน้าคนไทยใจดี
ที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง
ทำให้ลดความเหงาลงได้บ้าง มีอาจารย์ที่ใจดีคอยแนะนำ
การใช้ชิวิตที่ฝรั่งเศสอยู่เนืองๆ
เราจัด party กันบ่อยอยู่เหมือนกันเพื่อความสนุกสนานเฮฮา
หลังอิ่มท้องก็ฝึกสมองด้วยการ jouer aux cartes
อิอิ... จนสว่างคาตากันเลย  ฉันได้รับทั้งความสุข ทุกข์
สนุกสนาน เฮฮา ที่ยากจะลืมได้ลง ซึ่งก็คงไม่มีวันลืมเช่นกัน
ทุกอย่างยังคงอยู่ในความทรงจำได้ตลอดไป
************************************
April 24

ก้าวที่ต้องระมัดระวัง

 
 
 ก้าวที่ต้องระมัดระวัง
 
ก้าวในวัยเรียนเป็นก้าวที่ฉันถือว่าอันตรายมาก ยังไงน่ะหรอ???
เพราะเมื่อไหร่ที่เราก้าวพลาด นั่นหมายถึงอนาคตเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะพลาดเรื่องใดก็แล้วแต่ แฟน เที่ยว ...ก็ใช่ว่าจะมีแต่เสียหายหรอกนะ
เพราะฉันก็ใช่ว่าจะเรียนอย่างเดียว ขมักเขม้นอยู่แต่กับหนังสือ
เหอๆ ...แบบนั้นคงไม่ใช่ฉันแล้วแหละ
แต่ฉันก็คิดว่าทุกอย่างที่ฉันคิด ฉันทำ มันก็มีเหตุผลแหละ
แต่บางทีก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองอยู่บ้าง
อิอิ...แต่ก็ทำไงได้ล่ะ เพื่อความสบายใจของเราเองนี่นา
ฉันมีความสุขมากกะชีวิตในวัยเรียนที่เมืองไทย ก่อนมาที่นี่
ฉันมีครอบครัว ครู อาจารย์ เพื่อนที่เฮฮาบ้าบอไปด้วยกันได้
หน้าที่แต่ล่ะวันเหมือนๆเดิม คือ... ตื่นเช้า อาบนํา แต่งตัว
ไม่ค่อยได้กินข้าวเท่าไหร่หรอก แล้วก็ไปเรียน
วันทั้งวันใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนมากกว่าที่บ้านซะอีก
อยู่กะเพื่อน กะ อาจารย์ หลังเลิกเรียนก็ซ้อมเปตอง
กะเพื่อน จนมืดก็ค่อยกลับ ฉันพิ่งเล่นหรอกตอนขึ้น ม.6
เบื่อ เพราะเป็นช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ก็เลยหาอะไรทำ
แต่ฉันก็ขออนุญาติแม่ทุกวันนะ
เหอๆ ไม่งั้นมีหวังได้ซื้อซองใส่กัณฑ์เทศน์ให้เจ๊แกล่ะ อิอิ...
ฉันไม่เคยเบื่อที่หลังเลิกเรียนจะต้องซ้อมกีฬา กลับชอบซะมากกว่า
มันส์ดี แข่งกะเพื่อน กะอาจารย์ มีเจ๊มุ้ย ฉีหลัว(ฝ้าย) ทุ๊กวัน
เพื่อนสนิทที่ฉันรักมาก เพราะคบกันมาน๊านนนนเป็นสิบกว่าปี
จนได้แชมป์มาครอง อิอิ ดีใจสุดๆ
ที่เราทำได้ก็เพราะความสามัคคีของพวกเราเอง เพราะเชื่อในตัวของ
เพื่อนเราว่าเค้าทำได้ แล้วเราก็ต้องทำได้
สุดท้ายก็คือประสบความสำเร็จ
อีกครั้งกะการแข่งขัน แต่ครั้งนี้หมายถึงอนาคตจริงๆ
เพราะเป็นการสอบชิงทุนที่เราเรียกกันว่า  ทุน ODOS
คราวนี้ฉันต้องต้องแข่งกะเพื่อนตัวเองด้วยหรอ ไม่หรอก....
ฉันแข่งกะตัวเองมากกว่า กะคณะกรรมการ ว่าฉันจะทำได้แค่ไหน
ฉันได้กำลังใจที่ดีตลอดระหว่างช่วงสอบ ทั้งจากญาติพี่น้อง แม่ พี่ชาย
เพื่อนและครูอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือตลอด หลายครั้งกะปัญหาในช่วงนี้
มันทำให้ฉันร้องไห้ได้บ่อยอยู่เหมือนกัน ทั้งเหนื่อย ท้อ แต่ก็สามารถผ่านมาได้
เพราะกำลังใจ จนถึงวันประกาศผล ฉันก็ร้องไห้อีกครั้ง
แต่เป็นนําตาแห่งความดีใจสุดฤทธิ์ เพราะฉันทำได้แล้ว
มันคือโอกาสที่หาได้ยากมากสำหรับตัวฉันเอง
เมื่อได้มาแล้ว ฉันจะพยายามรักษาโอกาสนี้ใว้ให้ดีที่สุด
และฉันต้องทำให้ได้ด้วย เมื่อนั้นฉันจะให้เป็นของขวัญ
แก่คนที่อยู่เบื้องหลังของฉันเสมอมา???
 <<00000000000000>>
 
 

ก้าวที่สองของฉัน

 
!!!...ก้าวเล็กของฉัน...!!!
วันนี้ที่ฉันสามารถก้าวเดินต่อมาด้วยก้าวที่ใหญ่ขึ้นได้
ฉันถือว่าฉันโชคดี ที่ได้ครูสอนที่ดีจนทำให้ฉัน
ผ่านมาถึงตรงจุดนี้ได้ แม้ว่าวันนึงคนที่ฉันรักมาก
คนที่คอยสอนตลอดเวลาเค้าจะจากชั้นไป
ตอนนั้นฉันยังเด็กนัก แล้วพ่อก็จากไปโดยที่
ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย ฉันยังเสียดายเวลาตรงนั้น
อยู่เสมอ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันเป็นเด็กมีปัญหาหรอกนะ
ฉันได้รับความรัก ความอบอุ่น ที่ดีเสมอมา
จากแม่ พี่ น้อง  ญาติพี่น้องที่ฉันรักและนับถือ
ทุกคนสอนแต่สิ่งที่ดีๆให้เสมอมา
เวลามีปัญหา ก็ได้รับการช่วยเหลือตลอด
เมื่อชั้นมีปัญหา ชั้นสามารถคุยกะพี่ได้ กะแม่ได้
แล้วมันก็ทำให้ชั้นมีกำลังใจ แล้วก็ผ่านมันมาได้ซะด้วยสิ
ถึงเราจะไม่ใช่ครอบครัวที่เพียบพร้อมเหมือนคนอื่นๆเค้ามากนัก
แต่ฉันก็ถือว่ามันมากพอแล้วสำหรับสิ่งที่ฉันได้รับ
มาจนถึงทุกวันนี้ จากตระกลูนี้
**********************************
อุปสรรคจะมากมายแค่ไหน ถ้าได้กำลังใจที่ดี
แน่นอนที่สุดเราต้องผ่านมันมาได้สิ
แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดีซะด้วยสิ

**ทุกย่างก้าว ของการก้าวเดิน**

                                               
 
==> ก้าวแรกเริ่ม <== 
 
วันนี้อารมณ์ดี ครึ้มอกครึ้มใจ
ก็เลยเข้ามาอัพบลอกซะหน่อยอ่ะจ้า 
ก็แน่ล่ะน๊อ ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า
ก้าวแรกชองทุกคนน่ะมันยากเย็นขนาดไหน
กว่าจะเริ่มจากหัดคลานต้วมเตี้ยม
หัดลุกหัดยืน ล้มแล้วล้มอีกแต่ก็ไม่ท้อ อย่างมากก็แค่ร้องไห้ 
รึว่าที่ร้องไห้น่ะเพราะเหนื่อยกันรึป่าวหรอ???
แต่ไม่ว่าเราจะเหนื่อยมากมายแค่ไหน
เราก็ยังมีกำลังใจ อุ่นใจ และไม่กลัวที่จะก้าวเดิน
เพราะกำลังใจที่ดีเยี่ยมก็อยู่ข้างๆเราเสมอนั่นเอง
แล้วจะเป็นใครล่ะ ก็ " พ่อ แม่ " นั่นเอง
ที่อยู่เคียงข้างเราตลอดมา จนทำให้เราสามารถก้าวเดินต่อไปได้
จากก้าวเล็กๆ เป็นก้าวใหญ่
ก้าวที่ไม่หยุดนิ่ง และมุ่งหน้า
ก้าวสู่ความสำเร็จต่อไป พร้อมกำลังใจที่แสนดีข้างกาย
*********   ***************************
 
 
                                                          
       
March 31

...เวลาเราเท่ากัน...

 
    จริงหรอ 
  เวลา...  บางทีก็เคยคิดเหมือนกันว่า
จนถึงทุกวันนี้เราใช้เวลามามากเท่าไหร่กันหรอ 
แล้วกับเวลาที่ผ่านมาเราได้อะไรมาบ้าง
ทุกคนอยากจะใช้เวลาให้มีค่ามากที่สุด  
เวลากับความสุขเราพร้อมจะให้เสมอ
อยากให้มันหยุดอยู่กับเราไปนานๆ   
เก็บเอาความรู้สึก ความทรงจำดีๆให้เต็มที่
         
%%%%%.............%%%%%
 
แต่ทำไมกับเรื่องเศร้า..เหงา..เสียใจ  
เรากลับอยากจะให้มันผ่านไปเร็วที่สุดล่ะ.......  
คงไม่มีใครอยากจะเก็บเอาความรู้สึกที่แย่ๆ
แล้วก็อยู่กับมันไปนานๆหรอก จริงมั้ยล่ะ?? 
ถ้าเราลืมมันได้เร็วเท่าไหร่ เราผ่านมันไปได้เร็วเท่าไหร่
 เราก็พร้อมที่รับเอาความสุขครั้งใหม่
   ได้เร็วยิ่งขึ้นเท่านั้นนี่นา